ข้าวสเปลท์ (Spelt) เป็นธัญพืชโบราณที่มีประวัติยาวนานหลายพันปี และกำลังกลับมาได้รับความนิยมอีกครั้งในปัจจุบัน เนื่องจากมีคุณประโยชน์ทางโภชนาการที่โดดเด่น________________________________
แป้งสำหรับคนทุกยุคสมัย ไม่ตัดต่อพันธุกรรมข้าวสเปลท์มีถิ่นกำเนิดและเริ่มมีการเพาะปลูกมาตั้งแต่ประมาณ 7,000 ปีก่อนคริสตกาล ในแถบตะวันออกกลาง โดยพบหลักฐานทางโบราณคดีในพื้นที่ทางตอนเหนือของอิรักและทรานส์คอเคซัส (ภูมิภาคที่อยู่ระหว่างทะเลดำและทะเลแคสเปียน) ข้าวสเปลท์เป็นอาหารหลักของชนเผ่าโบราณหลายกลุ่ม เช่น ชาวอัสซีเรียน อียิปต์ และชนเผ่าอื่นๆ ในตะวันออกกลางและแอฟริกาเหนือในยุโรป มีการค้นพบหลักฐานการปลูกข้าวสเปลท์ในยุคหินใหม่ตอนปลาย (ประมาณ 2500–1700 ปีก่อนคริสตกาล) ในเดนมาร์ก เยอรมนี และโปแลนด์ ชาวโรมันโบราณนับถือข้าวสเปลท์เป็นธัญพืชศักดิ์สิทธิ์และเป็นอาหารหลักของทหารโรมัน โดยนำมาทำขนมปังและอาหารอื่นๆ แม้จะมีชื่อเสียงในอดีต แต่ข้าวสเปลท์ก็ค่อยๆ ลดความนิยมลงเมื่อข้าวสาลีสมัยใหม่ที่ปลูกง่ายกว่าและให้ผลผลิตสูงกว่าเข้ามาแทนที่อย่างไรก็ตาม ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ข้าวสเปลท์ได้กลับมาเป็นที่รู้จักอีกครั้งในฐานะ “ธัญพืชโบราณ” (Ancient Grain) ที่ไม่ผ่านการดัดแปลงพันธุกรรมมากนัก ทำให้ยังคงคุณสมบัติดั้งเดิมและคุณค่าทางโภชนาการไว้ได้ครบถ้วน โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ที่ใส่ใจสุขภาพและมองหาทางเลือกจากธัญพืชที่ผ่านการแปรรูปน้อย________________________________
เต็มเปี่ยมไปด้วยคุณประโยชน์พิสูจน์แล้วจากรุ่นสู่รุ่นข้าวสเปลท์มีคุณประโยชน์มากมายต่อสุขภาพ เนื่องจากเป็นธัญพืชไม่ขัดสีที่มีสารอาหารหลากหลาย:ช่วยเรื่องระบบขับถ่ายและลำไส้: มีใยอาหารสูง ทั้งใยอาหารที่ละลายน้ำได้และไม่ละลายน้ำ ซึ่งช่วยส่งเสริมการทำงานของระบบขับถ่าย ลดปัญหาท้องผูก และรักษาสมดุลของแบคทีเรียในลำไส้ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด: มีค่าดัชนีน้ำตาล (Glycemic Index) ค่อนข้างต่ำ ช่วยให้ระดับน้ำตาลในเลือดไม่พุ่งสูงเร็ว เหมาะสำหรับผู้ป่วยเบาหวานและผู้ที่ต้องการควบคุมน้ำหนักดีต่อสุขภาพหัวใจและหลอดเลือด: ใยอาหารในข้าวสเปลท์ช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลชนิดไม่ดี (LDL) และอาจช่วยเพิ่มคอเลสเตอรอลชนิดดี (HDL) นอกจากนี้ ยังมีไนอะซิน (วิตามินบี 3) ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงของโรคหัวใจและควบคุมความดันโลหิตช่วยเสริมสร้างกระดูก: อุดมไปด้วยแร่ธาตุสำคัญหลายชนิด เช่น แมกนีเซียม ฟอสฟอรัส และสังกะสี ซึ่งจำเป็นต่อการบำรุงรักษากระดูกให้แข็งแรงและลดความเสี่ยงของโรคกระดูกพรุนให้พลังงานและบำรุงระบบประสาท: มีวิตามินบีหลายชนิด (เช่น B1, B2, B3) ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการผลิตพลังงานจากอาหารและช่วยบำรุงระบบประสาทให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพช่วยในการควบคุมน้ำหนัก: มีปริมาณใยอาหารและโปรตีนสูง ทำให้รู้สึกอิ่มนานขึ้น ลดความอยากอาหาร และช่วยให้การควบคุมน้ำหนักเป็นไปได้ง่ายขึ้นเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน: มีธาตุเหล็กและสังกะสี ซึ่งเป็นแร่ธาตุสำคัญที่ช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายให้แข็งแรง________________________________ขุมทรัพย์วิตามินและแร่ธาตุโปรตีน: ประมาณ 10.7 กรัม (มีโปรตีนสูงกว่าข้าวสาลี)ไขมันทั้งหมด: ประมาณ 1.65 กรัม (ไขมันต่ำ)คาร์โบไฮเดรต: ประมาณ 51.2 กรัมใยอาหาร: ประมาณ 7.6 กรัม (เป็นแหล่งใยอาหารที่ดีเยี่ยม)ธาตุเหล็ก: ประมาณ 3.24 มิลลิกรัมแมกนีเซียม: ประมาณ 95 มิลลิกรัมฟอสฟอรัส: ประมาณ 291 มิลลิกรัมโพแทสเซียม: ประมาณ 277 มิลลิกรัมสังกะสี: ประมาณ 2.42 มิลลิกรัมแคลเซียม: ประมาณ 19 มิลลิกรัมทองแดง: ประมาณ 0.51 มิลลิกรัมแมงกานีส: สูงถึง 3 มิลลิกรัม วิตามินบี 1 (ไทอามีน): ประมาณ 0.2 มิลลิกรัมวิตามินบี 2 (ไรโบฟลาวิน): ประมาณ 0.06 มิลลิกรัมวิตามินบี 3 (ไนอะซิน): ประมาณ 5 มิลลิกรัมวิตามินบี 6: ประมาณ 0.16 มิลลิกรัมโฟเลต (วิตามินบี 9): ประมาณ 25 ไมโครกรัมวิตามินอี: ประมาณ 0.50 มิลลิกรัม________________________________ข้อควรระวัง: แม้ว่าข้าวสเปลท์จะมีปริมาณกลูเตนต่ำกว่าข้าวสาลีทั่วไปและบางคนอาจย่อยได้ง่ายกว่า แต่ก็ ยังมีกลูเตนอยู่ ดังนั้น ผู้ที่มีอาการแพ้กลูเตนหรือเป็นโรค Celiac Disease ควรหลีกเลี่ยงการบริโภคข้าวสเปลท์ข้าวสเปลท์สามารถนำมาใช้แทนข้าวสาลีในเมนูต่างๆ ได้หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นการทำขนมปัง พาสต้า โจ๊ก หรือใช้เป็นส่วนผสมในสลัดและซุป เพื่อเพิ่มคุณค่าทางโภชนาการให้กับมื้ออาหารของคุณ